กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ดับเพลิงสำหรับอาคารแต่ละประเภท พร้อมแนวทางเลือกระบบดับเพลิง PAF-222
การติดตั้ง เครื่องดับเพลิงและระบบป้องกันอัคคีภัยในอาคาร ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเลือกถังดับเพลิงให้เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ กฎหมายควบคุมอาคาร ประเภทของอาคาร พื้นที่ ความสูง จำนวนชั้น และลักษณะการใช้งานของอาคาร
ประเทศไทยมีกฎหมายและข้อกำหนดเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัยสำหรับอาคารหลายประเภท โดยรายละเอียดจะแตกต่างกันตามลักษณะของอาคาร
กฎหมายเกี่ยวกับอุปกรณ์ดับเพลิงสำหรับอาคาร มีอะไรบ้าง?
หนึ่งในกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาคารทั่วไปคือ กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
กฎกระทรวงฉบับนี้กำหนดให้อาคารหลายประเภทต้องมีวิธีการเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย เช่น
ห้องแถว
ตึกแถว
บ้านแถว
บ้านแฝด
อาคารที่ใช้เป็นที่ชุมนุมของประชาชน
โรงมหรสพ
หอประชุม
โรงแรม
สถานพยาบาล
สถานศึกษา
หอสมุด
สถานกีฬาในร่ม
ตลาด
ห้างสรรพสินค้า
ศูนย์การค้า
สถานบริการ
ท่าอากาศยาน
อาคารจอดรถ
สถานีขนส่งมวลชน
ท่าจอดเรือ
ภัตตาคาร
สำนักงาน
สถานที่ทำการของราชการ
โรงงาน
อาคารพาณิชย์
อาคารอยู่อาศัยรวม
หอพัก
อาคารอื่นที่มีความสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ดังนั้นจึงไม่ควรมองว่า “ถังดับเพลิงเป็นเรื่องของโรงงานเท่านั้น” แต่ควรพิจารณาตั้งแต่อาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย โรงแรม อาคารพาณิชย์ ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม
1. ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว และบ้านแฝด สูงไม่เกิน 2 ชั้น
สำหรับห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว และบ้านแฝดที่มีความสูงไม่เกิน 2 ชั้น กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 กำหนดให้ติดตั้ง เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ ตามชนิดและขนาดที่กำหนดไว้ในตาราง โดยมีจำนวน 1 เครื่องต่อคูหา
นอกจากนี้ยังต้องมี ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ อย่างน้อย 1 เครื่องต่อคูหา
2. ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว และบ้านแฝด สูงเกิน 2 ชั้น
สำหรับอาคารประเภทเดียวกันที่มีความสูงเกิน 2 ชั้น หลักเกณฑ์จะเข้มงวดขึ้น
กฎกระทรวงกำหนดให้มีเครื่องดับเพลิงแบบมือถือสำหรับดับเพลิงที่เกิดจากประเภทของวัสดุที่มีในแต่ละชั้น โดยกำหนด 1 เครื่องต่อพื้นที่อาคารไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร ทุกระยะไม่เกิน 45 เมตร และไม่น้อยกว่าชั้นละ 1 เครื่อง
นอกจากนี้ต้องมีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ ทุกชั้นและทุกคูหา
PAF-222 กับอาคารลักษณะนี้
PAF-222 สามารถพิจารณาเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์สำคัญ เช่น
ห้องควบคุม
ห้อง Network
ตู้ควบคุม
Electrical Cabinet
ห้อง Server
3. อาคารที่ใช้เป็นที่ชุมนุมของประชาชน
กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 ครอบคลุมอาคารที่มีลักษณะเป็นสถานที่ชุมนุมของประชาชนหลายประเภท เช่น
โรงแรม
โรงพยาบาล/สถานพยาบาล
โรงเรียน
ห้างสรรพสินค้า
ศูนย์การค้า
ตลาด
อาคารจอดรถ
ภัตตาคาร
สำนักงาน
สถานที่ราชการ
โรงงาน
อาคารพาณิชย์
สถานีขนส่งมวลชน เป็นต้น
สำหรับอาคารกลุ่มนี้ การออกแบบ Fire Protection ไม่ควรพิจารณาเฉพาะเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ แต่ต้องดู ระบบแจ้งเหตุ ทางหนีไฟ ระบบดับเพลิง และลักษณะการใช้งานของอาคาร ร่วมกัน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ระบบดับเพลิงสารสะอาด และ ประเภทต่าง ๆ ของระบบดับเพลิงสารสะอาด
4. อาคารที่มีพื้นที่รวมทุกชั้นเกิน 2,000 ตารางเมตร
อีกประเด็นสำคัญที่ควรให้ความสนใจคืออาคารอื่นนอกเหนือจากประเภทที่กำหนดในข้อ 3 วรรคหนึ่ง หากมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกัน เกิน 2,000 ตารางเมตร ต้องมีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ทุกชั้นตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้อย่างน้อยต้องประกอบด้วย
ระบบแจ้งเหตุอัตโนมัติ
ระบบแจ้งเหตุที่ใช้มือ
อุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนที่สามารถทำให้ผู้ที่อยู่ในอาคารรับรู้เพื่อหนีไฟ
ดังนั้น Fire Protection System จึงควรมองเป็นระบบตั้งแต่การตรวจจับจนถึงการตอบโต้เหตุ ไม่ใช่เพียงการติดตั้งถังดับเพลิง
5. อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ
สำหรับ อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ มีข้อกำหนดเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการป้องกันอัคคีภัยของอาคารประเภทดังกล่าว
อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิงแบบมือถือตามชนิดและขนาดที่เหมาะสมกับประเภทวัสดุที่มีในแต่ละชั้น โดยมี 1 เครื่องต่อพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร ทุกระยะไม่เกิน 45 เมตร และไม่น้อยกว่าชั้นละ 1 เครื่อง และเครื่องดับเพลิงแบบมือถือมีขนาดบรรจุสารเคมีไม่น้อยกว่า 4 กิโลกรัม
6. ทำไมอาคารที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จึงควรพิจารณา Clean Agent?
อาคารสมัยใหม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่น
Server
Network
UPS
Control System
PLC
Electrical Cabinet
MDB
Power Electronics
ระบบควบคุมอาคาร
ในพื้นที่เหล่านี้ การเลือกสารดับเพลิงควรพิจารณา ผลกระทบหลังการดับเพลิง ด้วย
ตัวอย่างเช่น สารบางประเภทอาจมีสารตกค้าง ซึ่งทำให้เกิดภาระในการทำความสะอาดและอาจส่งผลต่ออุปกรณ์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ถังดับเพลิงสารสะอาดไม่มีสารตกค้าง และ ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า (Dielectric) คืออะไร
7. PAF-222 กับแนวคิด Clean Agent
PAF-222 FK-5-1-12 สามารถนำเสนอในฐานะทางเลือกของ Clean Agent Fire Suppression สำหรับพื้นที่ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับระบบดังกล่าว
จุดเด่นที่สามารถนำมาสื่อสารได้ เช่น
สารดับเพลิงประเภท Clean Agent
ไม่ทิ้งสารตกค้างแบบผงเคมีแห้ง
เหมาะสำหรับการพิจารณาปกป้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่ที่เหมาะสม
สามารถนำไปออกแบบเป็นระบบดับเพลิงสำหรับพื้นที่ปิดได้
เชื่อมต่อกับระบบ Detection และ Control ได้ตามการออกแบบ
เหมาะสำหรับงานที่ให้ความสำคัญกับการลดความเสียหายหลังการดับเพลิง
ทำไม PAF-222 จึงน่าสนใจสำหรับพื้นที่ Critical?
อาคารสมัยใหม่ไม่ได้มีเพียงพื้นที่สำนักงานหรือพื้นที่พักอาศัย แต่มี Critical Equipment ที่หากเกิดไฟไหม้อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมาก
ตัวอย่างเช่น
Data Center
Server Room
Network Room
Control Room
Electrical Room
UPS Room
MDB
Control Cabinet
CNC Cabinet
Inverter Room
พื้นที่เหล่านี้จึงควรพิจารณา Fire Protection ที่เหมาะสมกับอุปกรณ์และความสำคัญของระบบ
PAF-222 สามารถนำมาพิจารณาเป็นหนึ่งใน Solution สำหรับพื้นที่ประเภทนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ปิดที่สามารถออกแบบระบบ Clean Agent ได้อย่างเหมาะสม สำหรับแนวทางเฉพาะห้องเหล่านี้ สามารถอ่านได้ที่ ถังดับเพลิง Data Center / Server Room / ห้องไฟฟ้า และ ระบบดับเพลิงตู้ไฟฟ้า / MDB / Control Panel
ควรอ่านอะไรต่อหลังเข้าใจกฎหมายอุปกรณ์ดับเพลิงสำหรับอาคาร
หลังจากเข้าใจข้อกำหนดด้านอุปกรณ์ดับเพลิงตามประเภทอาคารแล้ว สามารถอ่านหัวข้อที่เกี่ยวข้องต่อได้ดังนี้
PAF-222 คืออะไร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์สารดับเพลิงสะอาดของ PAF GLOBAL และการใช้งานจริงมาตรฐานรับรองของ PAF-222 มีอะไรบ้าง
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องตรวจสอบ Certificate และ Test Report เมื่อโครงการหรือการตรวจรับงานร้องขอประเภทต่าง ๆ ของระบบดับเพลิงสารสะอาด
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบระบบแบบเดินท่อ แบบตู้ แบบท่อตรวจจับ และแบบอัตโนมัติเฉพาะจุดระบบดับเพลิงตู้ไฟฟ้า / MDB / Control Panel
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการระบบป้องกันเฉพาะจุดบริเวณตู้จ่ายไฟและแผงควบคุมอุปกรณ์ดับเพลิง ประเทศไทย
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการภาพรวมของผลิตภัณฑ์และโซลูชันจาก PAF GLOBALPAF GLOBAL: ผู้จำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิงในประเทศไทยสำหรับงาน B2B
เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการผู้จำหน่ายและที่ปรึกษาสำหรับโครงการการเลือกอุปกรณ์ดับเพลิงให้เหมาะกับพื้นที่และความเสี่ยง
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเลือกอุปกรณ์ให้ตรงกับแต่ละโซน ทั้งพื้นที่สำนักงาน ห้องไฟฟ้า และพื้นที่โรงงานองค์ประกอบของอัคคีภัย
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเชื้อเพลิง ความร้อน ออกซิเจน และปฏิกิริยาลูกโซ่ ซึ่งมีผลต่อการเลือกสารดับเพลิงHalon คืออะไร
เหมาะสำหรับอาคารเก่าที่อาจยังมีระบบ Halon อยู่ และต้องการทราบแนวทางการเปลี่ยนระบบติดต่อขอคำปรึกษา
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ทีมงาน PAF GLOBAL ช่วยประเมินอาคารหรือโครงการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. อาคารทุกประเภทต้องมีถังดับเพลิงหรือไม่?
ข้อกำหนดแตกต่างกันตามประเภทและลักษณะของอาคาร โดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 39 ครอบคลุมอาคารหลายประเภทและกำหนดวิธีการป้องกันอัคคีภัยที่แตกต่างกัน
2. อาคารสำนักงานต้องมีเครื่องดับเพลิงหรือไม่?
สำนักงานอยู่ในกลุ่มอาคารที่กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 กล่าวถึง และต้องพิจารณาข้อกำหนดตามลักษณะอาคาร พื้นที่ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
3. อาคารสูงต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติหรือไม่?
อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษมีข้อกำหนดด้านระบบป้องกันอัคคีภัยเพิ่มเติม โดยข้อมูลจากกฎกระทรวงและบทความอ้างอิงระบุถึงระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่น Sprinkler หรือระบบอื่นที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองและครอบคลุมพื้นที่ตามที่กำหนด
4. PAF-222 สามารถใช้แทนถังดับเพลิงตามกฎหมายได้หรือไม่?
ทั่วไป การใช้ PAF-222 ต้องพิจารณาว่าระบบดังกล่าวตรงตามข้อกำหนดของอาคารหรือไม่ และควรใช้เป็นระบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่ออกแบบไว้
5. PAF-222 เหมาะกับอาคารประเภทใด?
สามารถพิจารณาได้กับพื้นที่ที่เหมาะสมกับ Clean Agent เช่น Server Room, Data Center, Control Room, Electrical Room และพื้นที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
6. อาคารโรงงานสามารถใช้ PAF-222 ได้หรือไม่?
สามารถพิจารณาได้ในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น ห้องควบคุม ตู้ไฟฟ้า Control Cabinet หรือพื้นที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
7. ต้องติดตั้งถังดับเพลิงสูงจากพื้นเท่าไร?
สำหรับหลักเกณฑ์ที่อ้างถึงในกฎกระทรวง ฉบับที่ 39 การติดตั้งเครื่องดับเพลิงต้องให้ส่วนบนสุดของเครื่องสูงจากระดับพื้นไม่เกิน 1.50 เมตร อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็น อ่านคำแนะนำได้ และนำไปใช้งานได้สะดวก
8. อาคารขนาดใหญ่ต้องมี Fire Alarm หรือไม่?
กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 กำหนดระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้สำหรับอาคารหลายประเภทและมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามประเภทและพื้นที่ เช่น อาคารบางประเภทที่มีพื้นที่รวมทุกชั้นเกิน 2,000 ตารางเมตรต้องมีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ทุกชั้น

