Class Fire ของสารดับเพลิง PAF-222 [FK-5-1-12] คืออะไร? ดับเพลิงประเภทใดได้บ้าง

อธิบายประเภทเพลิงไหม้ Class A, B, C, D และ K และแนวทางพิจารณาว่า PAF-222 [FK-5-1-12] เหมาะกับเพลิงประเภทใด

Class Fire คืออะไร? ทำไมจึงสำคัญต่อการเลือกสารดับเพลิง

Class Fire คือการจำแนกประเภทของเพลิงไหม้ตามลักษณะของเชื้อเพลิงที่เป็นต้นเหตุ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเลือกสารดับเพลิงและระบบป้องกันอัคคีภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ องค์ประกอบของอัคคีภัย

สารดับเพลิงแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและข้อจำกัดแตกต่างกัน การเลือกใช้งานจึงไม่ควรพิจารณาเพียงความสามารถในการดับไฟ แต่ต้องคำนึงถึงประเภทของเชื้อเพลิง อุปกรณ์ที่ต้องการปกป้อง ความปลอดภัยของผู้ใช้งาน และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ทำไมต้องระบุ Class Fire

สำหรับ PAF-222 [FK-5-1-12] เป็นสารดับเพลิงกลุ่ม Clean Agent ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในระบบดับเพลิงสำหรับพื้นที่และอุปกรณ์ที่ต้องการลดความเสียหายจากการใช้สารดับเพลิงตกค้าง เช่น ห้องเซิร์ฟเวอร์ ห้องควบคุมระบบไฟฟ้า และพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำคัญ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ PAF-222 คืออะไร และ FK5112 คืออะไร / FK-5-1-12 คืออะไร

ประเภทของเพลิงไหม้ (Class Fire) มีอะไรบ้าง?

การแบ่งประเภทเพลิงไหม้ตามแนวทางที่ใช้กันทั่วไปในมาตรฐาน NFPA สำหรับเครื่องดับเพลิง แบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ Class A, B, C, D และ K https://www.nfpa.org/news-blogs-and-articles/blogs/2023/08/01/fire-extinguisher-types

1. Class A — เพลิงไหม้จากวัสดุทั่วไป

เป็นเพลิงที่เกิดจากวัสดุเชื้อเพลิงทั่วไป เช่น

  • ไม้และกระดาษ

  • ผ้าและสิ่งทอ

  • ยาง

  • พลาสติกบางชนิด

ตัวอย่างพื้นที่เสี่ยง: สำนักงาน คลังสินค้า ห้องเก็บเอกสาร และพื้นที่ที่มีวัสดุที่ติดไฟได้

การเลือกสารดับเพลิงสำหรับ Class A ต้องพิจารณาว่าสารสามารถควบคุมการลุกไหม้ของเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ รวมถึงมีความเสี่ยงที่ไฟจะคุขึ้นอีกหลังจากดับเปลวไฟแล้วหรือไม่

สำหรับระบบ PAF-222 [FK-5-1-12] ควรตรวจสอบผลทดสอบกับเชื้อเพลิงประเภท A และความเข้มข้นในการออกแบบระบบก่อนนำไปใช้งานกับพื้นที่จริง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การทดสอบเครื่องดับเพลิงชนิดสารสะอาด FK-5-1-12

2. Class B — เพลิงไหม้จากของเหลวและสารไวไฟ

เป็นเพลิงที่เกิดจากของเหลวไวไฟหรือของเหลวที่ติดไฟได้ รวมถึงเชื้อเพลิงและตัวทำละลายบางประเภท เช่น

  • น้ำมันเชื้อเพลิง

  • น้ำมันและจาระบีที่ติดไฟได้

  • สีและตัวทำละลายไวไฟ

  • ของเหลวไวไฟในกระบวนการผลิต

ตัวอย่างพื้นที่เสี่ยง: โรงงานอุตสาหกรรม ห้องเก็บสารไวไฟ พื้นที่จัดเก็บเชื้อเพลิง และพื้นที่ที่มีการใช้ตัวทำละลาย

สารดับเพลิงกลุ่ม Clean Agent บางระบบสามารถดับเพลิง Class B ได้ โดยประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อเพลิง ความเข้มข้นของสารดับเพลิง และเงื่อนไขการออกแบบระบบ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประเภทต่าง ๆ ของระบบดับเพลิงสารสะอาด

สำหรับ PAF-222 ต้องอ้างอิงผลทดสอบและเอกสารรับรองที่ระบุชนิดเชื้อเพลิงและขอบเขตการใช้งานอย่างชัดเจน ไม่ควรสรุปว่าสามารถดับของเหลวไวไฟทุกชนิดได้โดยไม่มีข้อมูลรองรับ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ มาตรฐานรับรองของ PAF-222 มีอะไรบ้าง

3. Class C — เพลิงไหม้ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้า

Class C ตามการจำแนกของ NFPA หมายถึงเพลิงที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังมีกระแสไฟฟ้า เช่น

  • ตู้ MDB

  • ตู้ Control Panel

  • ตู้ควบคุมเครื่องจักร

  • อุปกรณ์จ่ายไฟและระบบควบคุม

  • อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในห้องเซิร์ฟเวอร์

เหตุใด Clean Agent จึงเหมาะกับการพิจารณาใช้ในพื้นที่เหล่านี้?

สารดับเพลิงกลุ่ม Clean Agent บางชนิดมีคุณสมบัติไม่นำไฟฟ้าและไม่ทิ้งคราบตกค้างในสภาวะการใช้งานที่เหมาะสม จึงเป็นทางเลือกสำหรับพื้นที่ที่มีอุปกรณ์สำคัญและต้องการลดความเสียหายจากสารดับเพลิง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า (Dielectric) คืออะไร

PAF-222 [FK-5-1-12] สามารถนำมาพิจารณาเป็นทางเลือกสำหรับระบบป้องกันอัคคีภัยในพื้นที่อุปกรณ์ไฟฟ้าได้ โดยต้องตรวจสอบคุณสมบัติของสาร เอกสารรับรอง และการออกแบบระบบให้ตรงกับความเสี่ยงของพื้นที่นั้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ PAF-222 คืออะไร ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ระบบดับเพลิงตู้ไฟฟ้า / MDB / Control Panel

อย่างไรก็ตาม การใช้ Clean Agent ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันความเสียหายทางไฟฟ้าได้ทุกกรณี และไม่ได้ทำให้อุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้าปลอดภัยต่อการสัมผัสโดยอัตโนมัติ การตัดแยกแหล่งจ่ายไฟและการควบคุมความเสี่ยงยังคงมีความสำคัญ

4. Class D — เพลิงไหม้จากโลหะที่ติดไฟได้

เป็นเพลิงที่เกิดจากโลหะบางชนิดซึ่งสามารถเผาไหม้ได้ เช่น

แมกนีเซียม

  • โซเดียม

  • โพแทสเซียม

  • ไทเทเนียม

  • เซอร์โคเนียม

เพลิงประเภทนี้ต้องใช้สารดับเพลิงที่เหมาะสมกับโลหะและปฏิกิริยาทางเคมีที่เกี่ยวข้อง เพราะการใช้สารดับเพลิงผิดชนิดอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นได้

ข้อควรระวัง: ไม่ควรถือว่า PAF-222 หรือสารดับเพลิงกลุ่ม Clean Agent ทั่วไปเหมาะสำหรับดับเพลิง Class D เว้นแต่จะมีผลทดสอบและเอกสารยืนยันสำหรับเชื้อเพลิงโลหะชนิดนั้นโดยเฉพาะ

5. Class K — เพลิงไหม้จากน้ำมันและไขมันประกอบอาหาร

เป็นเพลิงที่เกิดจากน้ำมันหรือไขมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร โดยเฉพาะในอุปกรณ์ทำอาหารเชิงพาณิชย์ เช่น

  • หม้อทอดน้ำมันท่วม

  • เตาทอดในร้านอาหาร

  • ครัวโรงแรม

  • ครัวส่วนกลางในอาคาร

เพลิงประเภทนี้ต้องใช้วิธีดับเพลิงที่เหมาะสมกับน้ำมันและไขมันที่มีอุณหภูมิสูง โดยเครื่องดับเพลิงชนิด Wet Chemical เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ออกแบบมาสำหรับความเสี่ยงลักษณะนี้

สำหรับ PAF-222 ควรตรวจสอบว่ามีผลทดสอบรองรับการใช้งานกับเพลิง Class K หรือไม่ ก่อนนำไปใช้เป็นระบบป้องกันหลักในพื้นที่ครัว

PAF-222 [FK-5-1-12] เหมาะกับเพลิงประเภทใด?

การพิจารณาความเหมาะสมของ PAF-222 ควรแยกให้ออกระหว่างคุณสมบัติของสาร FK-5-1-12 โดยทั่วไป กับสมรรถนะที่ผ่านการทดสอบและรับรองของผลิตภัณฑ์ PAF-222 และระบบที่ติดตั้งจริง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ FK5112 คืออะไร / FK-5-1-12 คืออะไร

ประเภทเพลิง

ลักษณะเชื้อเพลิง

แนวทางพิจารณา PAF-222

Class A

กระดาษ ไม้ ผ้า และพลาสติกบางชนิด

ตรวจสอบผลทดสอบและความเข้มข้นออกแบบ

Class B

ของเหลวไวไฟและเชื้อเพลิงบางชนิด

ตรวจสอบชนิดเชื้อเพลิงและค่าความเข้มข้นที่กำหนด

Class C

อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้า

พิจารณาใช้กับระบบที่ออกแบบและรับรองสำหรับพื้นที่ไฟฟ้า

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นแนวทางสำหรับพิจารณาการใช้งาน ไม่ใช่การรับรองว่า PAF-222 ผ่านการทดสอบสำหรับเพลิงทุกประเภท การระบุ Class Fire บนฉลาก เอกสารทางเทคนิค หรือสื่อโฆษณา ควรอ้างอิงผลทดสอบของผลิตภัณฑ์จริง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การทดสอบเครื่องดับเพลิงชนิดสารสะอาด FK-5-1-12

ทำไม Clean Agent จึงเหมาะกับห้อง Server และ Data Center?

ห้อง Server และ Data Center เป็นพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูง และอาจได้รับผลกระทบจากทั้งไฟไหม้ ควัน ความร้อน และสารดับเพลิงที่ตกค้าง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ถังดับเพลิงสำหรับ Data Center / Server Room / ห้องไฟฟ้า

การพิจารณาระบบ Clean Agent มีข้อดีที่อาจตอบโจทย์พื้นที่ลักษณะนี้ ได้แก่

  • ลดปัญหาคราบตกค้าง: สารดับเพลิง FK-5-1-12 มีคุณสมบัติระเหยได้ จึงช่วยลดภาระการทำความสะอาดจากสารดับเพลิงบางชนิด

  • คุณสมบัติไม่นำไฟฟ้า: เหมาะสำหรับการพิจารณาปกป้องพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อระบบได้รับการออกแบบให้เหมาะสม

  • ตอบสนองต่อเหตุเพลิงไหม้ได้รวดเร็ว: ระบบที่ออกแบบถูกต้องสามารถปล่อยสารดับเพลิงตามเงื่อนไขการทำงานที่กำหนด

  • ช่วยลดความเสียหายและระยะเวลาหยุดทำงาน: การเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมอาจช่วยลดผลกระทบต่ออุปกรณ์และการดำเนินธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของระบบขึ้นอยู่กับการตรวจจับเพลิง การคำนวณปริมาณสาร การกระจายสาร ความแน่นของห้อง และการควบคุมแหล่งกำเนิดไฟด้วย โดยเฉพาะกรณีไฟที่เกิดภายในอุปกรณ์หรือแบตเตอรี่ซึ่งอาจมีความร้อนสะสมและกลับมาลุกไหม้ซ้ำได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ระบบดับเพลิงสารสะอาด

ข้อควรระวังในการเลือกใช้ PAF-222 ตาม Class Fire

ก่อนติดตั้งระบบดับเพลิง PAF-222 [FK-5-1-12] ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญต่อไปนี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ PAF-222 คืออะไร

  1. ตรวจสอบประเภทของเชื้อเพลิง: พิจารณาว่าความเสี่ยงหลักเป็นวัสดุทั่วไป ของเหลวไวไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือวัสดุประเภทอื่น

  2. ตรวจสอบผลทดสอบของผลิตภัณฑ์: ใช้เอกสารที่ระบุชนิดเพลิงและเงื่อนไขการทดสอบอย่างชัดเจน

  3. คำนวณความเข้มข้นและปริมาณสาร: ออกแบบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องและข้อมูลเฉพาะของผลิตภัณฑ์ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มาตรฐาน NFPA 2001 คืออะไร

  4. พิจารณาความปลอดภัยของผู้ใช้งาน: ประเมินความเสี่ยงจากการปล่อยสารและผลิตภัณฑ์จากการเผาไหม้ พร้อมจัดให้มีระบบแจ้งเตือนและมาตรการอพยพตามความเหมาะสม

  5. ตรวจสอบความเหมาะสมกับอุปกรณ์: คำนึงถึงความร้อนที่สะสม การลุกไหม้ซ้ำ และความจำเป็นในการตัดแยกพลังงาน

การเลือกใช้สารดับเพลิงจึงควรพิจารณาทั้งประเภทเพลิง ความเสี่ยงของพื้นที่ และการออกแบบระบบโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เลือกจากชื่อสารหรือ Class Fire เพียงอย่างเดียว ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การเลือกอุปกรณ์ดับเพลิงให้เหมาะกับพื้นที่และความเสี่ยง

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. PAF-222 [FK-5-1-12] ดับเพลิง Class อะไรได้บ้าง?

PAF-222 ว่าครอบคลุมเพลิง Class A, Class B, Class C

2. PAF-222 ใช้กับตู้ MDB และ Control Panel ได้หรือไม่?

สามารถนำมาพิจารณาเป็นทางเลือกสำหรับระบบป้องกันอัคคีภัยในพื้นที่ตู้ไฟฟ้าได้ พร้อมออกแบบระบบให้เหมาะกับปริมาตรตู้หรือพื้นที่ที่ต้องการปกป้อง

3. PAF-222 เหมาะกับห้อง Server และ Data Center หรือไม่?

สารดับเพลิงกลุ่ม FK-5-1-12 ถูกนำมาใช้ในระบบ Clean Agent สำหรับพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ FK5112 คืออะไร / FK-5-1-12 คืออะไร

4. PAF-222 ใช้แทนเครื่องดับเพลิงทุกประเภทได้หรือไม่?

ไม่ได้เสมอไป เพราะสารดับเพลิงแต่ละชนิดออกแบบมาสำหรับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน การเลือกใช้งานต้องพิจารณาประเภทเชื้อเพลิง สภาพแวดล้อม และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยร่วมกัน ดูความต่างได้ที่ PAF-222 กับสารดับเพลิงทั่วไป ต่างกันอย่างไร