ODP คืออะไร? ทำไมจึงสำคัญในการเลือกสารดับเพลิง

เมื่อพูดถึงการเลือกสารดับเพลิง โดยเฉพาะ Clean Agent หลายคนอาจเคยเห็นคำว่า ODP อยู่ในเอกสาร Technical Data Sheet แต่ยังไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อระบบดับเพลิง

ODP (Ozone Depletion Potential) หรือ ศักยภาพในการทำลายชั้นโอโซน เป็นค่าที่ใช้เปรียบเทียบว่าสารเคมีชนิดหนึ่งมีศักยภาพในการทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศมากน้อยเพียงใด เมื่อเทียบกับสารอ้างอิง CFC-11 ซึ่งกำหนดให้มีค่า ODP เท่ากับ 1.0

สำหรับอุตสาหกรรมดับเพลิง ค่า ODP มีความสำคัญอย่างมาก เพราะในอดีตมีการใช้สารดับเพลิงบางชนิด เช่น Halon ซึ่งมีประสิทธิภาพในการดับไฟสูง แต่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน จึงเกิดการพัฒนาและเปลี่ยนผ่านไปสู่สารดับเพลิงทางเลือกที่มี ODP = 0

หนึ่งในกลุ่มสารที่ได้รับความสนใจในปัจจุบันคือ FK-5-1-12 ซึ่งมีค่า ODP = 0 และถูกนำมาใช้ในระบบ Clean Agent รวมถึงผลิตภัณฑ์อย่าง สารดับเพลิงสะอาด PAF-222

ODP ย่อมาจากอะไร?

ODP = Ozone Depletion Potential

ศักยภาพในการทำลายชั้นโอโซน

เป็นค่าที่ใช้เปรียบเทียบผลกระทบของสารเคมีต่อโอโซนในชั้นบรรยากาศ โดยใช้ CFC-11 เป็นสารอ้างอิง และกำหนดให้ CFC-11 มีค่า ODP = 1.0

ดังนั้นโดยหลักการ ODP = 1 หมายถึงมีศักยภาพในการทำลายโอโซนเทียบเท่ากับ CFC-11 ตามกรอบการประเมิน

ในขณะที่ ODP = 0 หมายถึงไม่มีศักยภาพในการทำลายชั้นโอโซนตามวิธีการประเมินดังกล่าว

ชั้นโอโซนคืออะไร และสำคัญอย่างไร?

ชั้นโอโซนอยู่ใน Stratosphere และมีบทบาทสำคัญในการดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV จากดวงอาทิตย์

หากชั้นโอโซนลดลง ปริมาณรังสี UV-B ที่สามารถผ่านมายังพื้นผิวโลกจะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ

  • สุขภาพของมนุษย์

  • ระบบนิเวศ

  • พืชผลทางการเกษตร

  • สิ่งมีชีวิตในทะเล

  • สิ่งแวดล้อมโดยรวม

สารที่ทำลายชั้นโอโซน หรือ Ozone-Depleting Substances (ODS) จึงถูกควบคุมในระดับนานาชาติผ่าน Montreal Protocol และกฎหมายภายในประเทศต่าง ๆ

ODP ทำงานอย่างไร?

สารที่สามารถทำลายโอโซนมักเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบอย่าง คลอรีน (Chlorine) หรือ โบรมีน (Bromine)

สารบางประเภทมีความเสถียรในชั้นบรรยากาศด้านล่าง แต่สามารถเคลื่อนขึ้นไปยัง Stratosphere ได้ เมื่อได้รับรังสี UV ที่มีพลังงานสูง โมเลกุลเหล่านั้นสามารถแตกตัวและปล่อยอะตอมของคลอรีนหรือโบรมีนออกมา

อะตอมเหล่านี้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในปฏิกิริยาที่ทำลายโมเลกุลโอโซน และวงจรดังกล่าวสามารถเกิดซ้ำได้หลายครั้ง

นี่จึงเป็นเหตุผลที่สารดับเพลิงในอดีตบางชนิด เช่น Halon มีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แม้จะมีประสิทธิภาพในการดับไฟสูงก็ตาม

ODP ของสารดับเพลิงสำคัญอย่างไร?

หากมองเฉพาะประสิทธิภาพในการดับไฟ สารดับเพลิงชนิดหนึ่งอาจมีประสิทธิภาพสูงมาก

แต่การเลือกสารดับเพลิงในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเฉพาะ

"ดับไฟได้หรือไม่?"

ยังต้องพิจารณาด้วยว่า

ดังนั้น ODP จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมที่ควรนำมาพิจารณาในการเลือกสารดับเพลิง

Halon กับ ODP: ทำไม Halon จึงถูกแทนที่?

Halon เป็นสารดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพสูงและเคยถูกใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องการดับไฟอย่างรวดเร็วและไม่ทิ้งคราบ

แต่ Halon มีค่า ODP สูง

EPA ระบุว่า Halon มีค่า ODP ได้สูงถึง 10 ขึ้นอยู่กับชนิดของ Halon ขณะที่ CFC-11 ซึ่งใช้เป็นสารอ้างอิงมีค่า ODP = 1.0

ตัวอย่างเช่น Halon 1211 มีค่า ODP ตามข้อมูล EPA ที่ประมาณ 3 ขณะที่ Halon บางชนิดมีค่าสูงกว่านี้มาก

ด้วยเหตุนี้ Halon จึงอยู่ในกลุ่มสารที่ถูกควบคุมภายใต้กรอบการปกป้องชั้นโอโซน และเกิดการพัฒนาเทคโนโลยีสารดับเพลิงทางเลือกขึ้นมา หนึ่งในนั้นคือสารกลุ่ม FK-5-1-12

หากต้องการเห็นความต่างระหว่างสารดับเพลิงแต่ละประเภท อ่านเพิ่มเติมได้ที่ สารสะอาดกับผงเคมีแห้ง ต่างกันอย่างไร

แล้ว HFC-227ea มี ODP เท่าไร?

ตรงนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก

HFC-227ea หรือสารที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อ FM-200 มีค่า ODP = 0

EPA ระบุ HFC-227ea ว่ามี ODP = 0 แต่มี GWP ประมาณ 3,220

สาเหตุที่ HFC มี ODP = 0 คือ HFC ไม่มีคลอรีนในโครงสร้างโมเลกุล ซึ่งแตกต่างจาก CFC และ HCFC ที่สามารถมีส่วนทำลายชั้นโอโซนได้

จึงเกิดประเด็นสำคัญว่า

ODP = 0 ไม่ได้หมายความว่าสารนั้นไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมด

เพราะยังต้องพิจารณา GWP ด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ GWP คืออะไร

เปรียบเทียบ ODP ของสารดับเพลิงดังนี้


สารดับเพลิง

ODP

GWP โดยประมาณ*

กลุ่มสาร

Halon 1211

3

1,750

Halon

Halon 1301

10

6,900 – 7,430

Halon

HFC-227ea

0

3,220

HFC

FK-5-1-12

0

<1

Fluorinated Ketone

CO₂

0

1

Carbon Dioxide

FK-5-1-12 มี ODP เท่าไร?

FK-5-1-12 มีค่า ODP = 0

EPA ระบุ FK-5-1-12 ในกลุ่ม Total Flooding Agents โดยมีค่า ODP = 0 และ GWP <1 ในข้อมูล SNAP ปัจจุบัน

ข้อมูลทางเทคนิคจากผู้ผลิตระบบ FK-5-1-12 หลายรายก็ระบุ ODP = 0 เช่นกัน

ดังนั้น ในด้านการปกป้องชั้นโอโซน FK-5-1-12 จึงมีข้อได้เปรียบที่สำคัญเมื่อเทียบกับสารดับเพลิงกลุ่ม Halon ที่มี ODP สูง

อย่างไรก็ตาม ODP = 0 ไม่ได้ตอบทุกคำถามด้านสิ่งแวดล้อม ประเด็นเรื่อง PFAS เป็นอีกเรื่องที่ควรอ่านเอกสารให้ละเอียด อ่านเพิ่มเติมได้ที่ PFAS-free และ PFAS non-detected ต่างกันอย่างไร

PAF-222 เกี่ยวข้องกับ ODP อย่างไร?

PAF-222 คือผลิตภัณฑ์สารดับเพลิงสะอาดที่ใช้สาร FK-5-1-12 เป็นสารดับเพลิงหลัก

ดังนั้น หากพิจารณาคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมของสาร FK-5-1-12 ODP = 0

จึงหมายความว่า FK-5-1-12 ไม่ได้มีศักยภาพในการทำลายชั้นโอโซนตามค่า ODP ที่ใช้ในข้อมูลอ้างอิง

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่สาร FK-5-1-12 ถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกสำหรับระบบดับเพลิง Clean Agent รุ่นใหม่

EPA ระบุ FK-5-1-12 เป็นสารทางเลือกสำหรับระบบ Total Flooding และระบุ ODP = 0

หากต้องการเปรียบเทียบ สารดับเพลิงสะอาด PAF-222 กับสารดับเพลิงที่ใช้กันทั่วไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่ PAF-222 กับสารดับเพลิงทั่วไป ต่างกันอย่างไร

ทำไม ODP จึงสำคัญเมื่อเลือกสารดับเพลิงสำหรับระบบใหม่?

ระบบดับเพลิงเป็นระบบที่มักถูกออกแบบให้ใช้งานเป็นเวลาหลายปี

ดังนั้นการเลือกสารจึงควรมองในระยะยาว

1. ลดการพึ่งพาสารที่ทำลายชั้นโอโซน

สารที่มี ODP สูงมีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบมากกว่า

2. รองรับแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม

การเลือกสารที่มี ODP = 0 ช่วยให้ระบบมีคุณสมบัติด้านการปกป้องชั้นโอโซนที่ดีขึ้น หากต้องการเริ่มจากถังดับเพลิงก่อน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ถังดับเพลิงสารสะอาด

3. ลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ

สารที่มี ODP สูงอยู่ภายใต้กรอบการควบคุมสารทำลายชั้นโอโซน โดย Montreal Protocol เป็นกลไกระหว่างประเทศที่ใช้ควบคุมการผลิตและการใช้สารเหล่านี้ สำหรับผู้ที่ใช้ระบบ HFC อยู่เดิม อ่านแนวทางการเปลี่ยนผ่านได้ที่ สารทดแทน HFC-227ea คืออะไร และ สารทดแทน Novec 1230 คืออะไร

4. ช่วยประกอบการตัดสินใจสำหรับโครงการใหม่

หากกำลังออกแบบระบบใหม่ การดู ODP และ GWP ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบทางเลือกได้รอบด้านมากขึ้น สำหรับแนวทางเลือกอุปกรณ์ตามประเภทพื้นที่และระดับความเสี่ยง

ควรอ่านอะไรต่อหลังเข้าใจ ODP

หลังจากเข้าใจว่า ODP คืออะไร และมีผลต่อการเลือกสารดับเพลิงอย่างไรแล้ว สามารถอ่านหัวข้อที่เกี่ยวข้องต่อได้ดังนี้:

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ODP คืออะไร?

ODP ย่อมาจาก Ozone Depletion Potential หรือศักยภาพในการทำลายชั้นโอโซน เป็นค่าที่เปรียบเทียบผลกระทบของสารต่อโอโซนกับ CFC-11 ซึ่งมีค่า ODP = 1.0

2. ODP = 0 หมายถึงอะไร?

หมายถึงสารนั้นมีค่า Ozone Depletion Potential เท่ากับศูนย์ตามวิธีการประเมินที่ใช้ หรือไม่มีศักยภาพในการทำลายชั้นโอโซนตามค่าดังกล่าว

3. ODP กับ GWP ต่างกันอย่างไร?

ODP วัดผลกระทบต่อชั้นโอโซน ส่วน GWP วัดศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นสารหนึ่งอาจมี ODP = 0 แต่ยังมี GWP สูงได้ เช่น HFC-227ea อ่านเพิ่มเติมได้ที่ GWP คืออะไร

4. Halon มี ODP สูงหรือไม่?

มี EPA ระบุว่า Halon มีค่า ODP ได้สูงถึงประมาณ 10 ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร

5. HFC-227ea มี ODP เท่าไร?

HFC-227ea มี ODP = 0 แต่มี GWP ประมาณ 3,220 ตามข้อมูล EPA สำหรับ Total Flooding Agents

6. FK-5-1-12 มี ODP เท่าไร?

FK-5-1-12 มี ODP = 0 และ EPA ระบุ GWP <1 ในข้อมูล SNAP สำหรับ Total Flooding Agents อ่านรายละเอียดของสารได้ที่ FK5112 คืออะไร / FK-5-1-12 คืออะไร

7. PAF-222 มี ODP เท่าไร?

PAF-222 ที่ใช้ FK-5-1-12 เป็นสารดับเพลิงหลัก สามารถอ้างอิงคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมของ FK-5-1-12 ซึ่งมี ODP = 0

8. ODP = 0 หมายความว่าสารนั้นปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมดหรือไม่?

ไม่ใช่ ODP เป็นเพียงตัวชี้วัดด้านการทำลายชั้นโอโซนเท่านั้น ควรพิจารณา GWP อายุในบรรยากาศ การจัดการสาร และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ร่วมด้วย รวมถึงประเด็น PFAS อ่านเพิ่มเติมได้ที่ PFAS-free และ PFAS non-detected ต่างกันอย่างไร

9. ทำไมสารดับเพลิงจึงต้องสนใจ ODP?

เพราะระบบดับเพลิงมีอายุการใช้งานหลายปี การเลือกสารที่ไม่มีศักยภาพในการทำลายชั้นโอโซนช่วยให้สอดคล้องกับแนวทางการปกป้องชั้นโอโซนและลดการพึ่งพาสาร ODS

10. ควรเลือกสารดับเพลิงจาก ODP เพียงอย่างเดียวหรือไม่?

ไม่ควร ควรพิจารณา ODP + GWP + ความปลอดภัย + ประสิทธิภาพการดับไฟ + มาตรฐาน/การรับรอง + ความเหมาะสมของพื้นที่ + การบำรุงรักษา ร่วมกัน